คณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา ร่วมกับกระทรวงมหาไทย และสำนักงาน กพร. จัดสัมมนา ขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง ( High Performance Provinces )

28 พ.ค. 2565 | 245 ครั้ง

ภาพปกข่าว
ที่ห้องประชุมศรียะลา อาคาร 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดยะลาวันนี้( 27 พ.ค.65) พลเอก อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา ได้เป็นประธานเปิด โครงการสัมมนา เรื่อง “การขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง ( High Performance Provinces )” กลุ่มภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส โดยมีนายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยนายธีรุตม์ศุภวิบูลย์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ตลอดจนผู้แทนของ 7 จังหวัดภาคใต้ เข้าร่วมการสัมมนา เพื่อรับฟังนโยบายจากกระทรวงมหาดไทย และแนวทางปฏิบัติของการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่จะนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาในทุก ๆ ด้าน ซึ่งมีจังหวัดและหน่วยงานภูมิภาคเป็นกลไกสำคัญของการเข้าถึงประชาชน ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560มาตรา65 ได้กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบ ในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน เพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมาย โดยให้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนี้ในหมวด ๑๖ ว่าด้วย "การปฏิรูปประเทศ" ได้มีการตราพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปพ.ศ. 2560 ขึ้น และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม2565 เป็นต้นมา และได้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ เพื่อรับผิดชอบในการจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศแต่ละด้านซึ่งมีการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินรวมอยู่ด้วย ซึ่งการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ได้มีการกำหนดประเด็นปฏิรูป ออกเป็น 6 ประเด็น โดยกำหนดกลยุทธ์ย่อยในแต่ละประเด็นไว้ รวม 24 กลยุทธ์ และในแต่ละกลยุทธ์ มีแผนงานย่อยของแต่ละกลยุทธ์รวม 56 แผนงาน ซึ่งในประเด็นปฏิรูปที่ 3โครงสร้างภาครัฐกะทัดรัด ปรับตัวได้เร็วและระบบงานมีผลสัมฤทธิ์สูง กลยุทธ์ที่ 3 เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความเข้มแข็งของการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ แผนงานที่3จังหวัดที่มีความคล่องตัวในการบริหารระบบงาน ระบบเงินและระบบกำลังคน (จังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง) ไว้ โดยมีสำนักงาน ก.พ.ร. เป็นผู้รับผิดชอบหลัก ต่อมาได้ ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศึกษาโดยการลงพื้นที่จังหวัดที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมเพื่อสอบทานปัญหาและความต้องการของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 6 จังหวัด คือ 1) จังหวัดภูเก็ต 2) จังหวัด นครพนม 3) จังหวัดขอนแก่น 4) จังหวัดฉะเชิงเทรา 5) จังหวัดระยอง 6) จังหวัดสุโขทัย เพื่อรับฟังความคิดเห็นเพื่อยกระดับการบริหารราชการ ปรากฏผลการศึกษาเป็นร่างข้อเสนอรูปแบบ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจังหวัด จำนวน 11 ประเด็น ประกอบด้วย ด้านระบบโครงสร้างและการบริหารงาน 3 ประเด็น ด้านระบบแผนงานและงบประมาณ 4 ประเด็น ด้านระบบการบริหารงานบุคคล 4 ประเด็น และได้มีการเลือกจังหวัดนำร่อง 6 จังหวัด คือจังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครพนม จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสระบุรีและจังหวัดชัยนาท และเลือกดำเนินการแผนการทดลองดำเนินงานรูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการจังหวัด จังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง ต่อมาเมื่อวันที่25 กุมภาพันธ์ 2565 ได้มีการประกาศใช้แผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับปรับปรุง) ในราชกิจจานุเบกษา แบ่งออกได้เป็น 5 กิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) มีโครงการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ทั้งหมด144 โครงการ ซึ่งที่อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งนี้เมื่อมีการประกาศใช้แผนการปฏิรูปประเทศต้านการบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับปรับปรุง) แผนงานจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูงได้ปรากฏในกิจกรรมปฏิรูปที่ 5 สร้างความเข้มแข็งในการบริหารราชการในระดับพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งมีจำนวน 6 โครงการดำเนินงานตามรอบระยะเวลา พ.ศ. 2564 และ พ.ศ. 2565 ซึ่งได้จัดทำกิจกรรม "การพัฒนารูปแบบการบริหารราชการในจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง High PerformanceProvinces" ได้มีการปรับแนวทางการขับเคลื่อนเป็น ประเด็นนโยบายสำคัญ (Agenda) โดยในปี 2564 มีจังหวัดนำร่อง 34 จังหวัด แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลกระทบบริหารการขับเคลื่อนงาน และการดำเนินแผนงานโครงการที่กำหนดทำให้สำนักงานกพร.และกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ทุกจังหวัดดำเนินการถอดบทเรียนการบริหารจัดการในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 เพื่อจะนำไปสู่การจัดทำรูปแบบการบริหารจัดการที่มีผลสัมฤทธิ์สูงต่อไป ต่อมาเมื่อจากการประชุม อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาระบบการบริหารราชการในส่วน ภูมิภาคและท้องถิ่น ได้เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565และแผนการดำเนินงาน โดยมีนโยบายให้จังหวัดเข้าร่วมทั้ง 76 จังหวัด ซึ่งสำนักงาน ก.พ.ร. และ กระทรวงมหาดไทยจัดการประชุมขี้แจงแนวทางและแผนการดำเนินงานการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูงเมื่อวันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน2564 โดยการเลือกประเด็นสำคัญ (Agenda) มาขับเคลื่อน ได้มีการเน้นย้ำให้จังหวัดระดมสรรพกำลังกลไกภาคีเครือข่าย ได้แก่ ภาคราชการ ภาควิชาการ ภาคศาสนา ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาคสื่อมวลชน ในการร่วมกันคัดเลือกประเด็น ซึ่งจังหวัดต้องมีระบบบริหารจัดการทีม มีการวางแผน ระดมความคิดเห็น ทำให้เกิดการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูงให้บังเกิดผลดีที่สุดประกอบกับกระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดให้เรื่องการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูงเป็นตัวขี้วัดการปฏิบัติงานของหัวหน้าสำนักงานจังหวัดด้วย คณะกรรมาธิการได้มีการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการขับเคลื่อนการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศให้บรรลุเป้าหมายตามกรอบระยะเวลาภายใน 5 ปี ดังที่รัฐธรรมนูญฯ มาตรา 259 กำหนด โดยได้เดินทางไปประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าและรับทราบปัญหาอุปสรรคของการดำเนินการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในระดับพื้นที่ ณ จังหวัดต่าง ๆ ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา อาทิ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครพนมจังหวัดภูเก็ตจังหวัด จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดชัยนาท จังหวัดสระบุรี จังหวัดสงขลา จังหวัดราชบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา และจากการติดตาม ของคณะกรรมาธิการฯ พบว่าในการดำเนินการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง จังหวัดต่าง ๆ ยังไม่สามารถบูรณาการในเชิงนโยบายและในทางปฏิบัติ รวมถึงรูปแบบการรายงานการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้รายงานเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคจากระบบงาน ระบบแผน ระบบงบประมาณ และระบบบริหารงานบุคคล เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา และตามแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดให้มีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูงประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ซึ่งจะต้องดำเนินการขับเคลื่อนทั้ง 76 จังหวัด และยังกำหนดให้ทุกจังหวัดเสนอประเด็นนโยบายสำคัญของจังหวัด (Agenda) มีประเด็นสำคัญที่จะต้องเน้นย้ำและคำนึงถึงประเด็นที่ต้องการปลดเงื่อนไข ไปยังทุกจังหวัดเพื่อนำไปสู่ข้อเสนอในการบริหารราชการในภาพรวมทั้งด้านระบบงานระบบแผน ระบบงบประมาณ และระบบบริหารงานบุคคล ดังนั้นเพื่อให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพคณะกรรมาธิการ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงาน ก.พ.ร.จึงจัดการสัมมนาขึ้น เพื่อเป็นการทำความเข้าใจ เร่งรัด ผลักดันให้เกิดจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูงให้บรรลุเป้าหมายตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตลอดทั้งหน่วยงานผู้รับผิดชอบ และผู้ปฏิบัติงานสามารถดำเนินการด้วยความชัดเจนทั้งในเชิงนโยบายและในทางปฏิบัติสามารถบูรณาการ และเข้าใจต่อเรื่องดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดจากระบบงาน ระบบแผน ระบบงบประมาณ และระบบบริหารงานบุคคล เพื่อนำไปสู่การดำเนินการแก้ไขตามข้อเสนอรูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการจังหวัดต่อไป ซึ่งในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง 7 จังหวัด ได้ให้ข้อสังเกตถึงการบูรณาการกับกระทรวงอื่น ๆ ว่า ยังไม่สามารถดำเนินการได้เท่าที่ควร เพราะเนื่องจากกลไกการบริหารราชการ ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่น มีกฎหมายและอำนาจการบริหารของแต่ละกระทรวง ที่จังหวัดไม่สามารถที่จะก้าวล่วงไปได้ จึงเป็นอุปสรรคในการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่จำเป็นต้องแก้ไขปลดล็อกเชิงนโยบาย จึงจะสามารถทำได้
แหล่งที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา