จ.ยะลาวางพานพุ่ม รำลึก พระมหากรุณาธิคุณ "วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า”
31 มี.ค. 2565 | 542 ครั้ง
วันนี้ 31 มี.ค 65 นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการ จ.ยะลา เป็นประธานในพิธีวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า” ประจำปี 2565 วางพานพุ่มดอกไม้ถวายสักการะบูชา เบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมกล่าวถวายราชสดุดี เพื่อน้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรี
โดยมี ข้าราชการ ข้าราชการ ศาล ทหารตำรวจ เหล่ากาชาดจังหวัดยะลา แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดยะลา พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และปวงชนทุกหมู่เหล่าในจังหวัดยะลา เข้าร่วมในพิธี ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา
วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งตรงกับวันที่ 31 มีนาคม 2330 และด้วยความสำนึกในพระเมตตาธิคุณและพระมหากรุณาธิคุณ อันมีเป็นอเนกประการ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2535 กำหนดให้วันที่ 31 มีนาคมของทุกปี เป็น "วันระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า" หรือ "วันเจษฎา"
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชคุณูปการแก่ประเทศชาติ สุดที่จะพรรณนาได้ เมื่อเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ บ้านเมืองเริ่มเผชิญปัญหา ด้านสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ แต่ด้วยพระปรีชาญานอันสุขุม ลุ่มลึก ทรงผ่อนปรนมิให้กระทบกระเทือน ผลประโยชน์ของประเทศชาติ และสัมพันธไมตรีระหว่างกัน เป็นผลให้ชาติไทย คงความเป็นเอกราชอยู่ได้ตราบจนปัจจุบัน ในส่วนความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการเศรษฐกิจของประเทศในรัชสมัยของพระองค์ มีความมั่นคง มั่งคั่ง ทรงทำนุบำรุงการพาณิชย์นาวี ให้มีการติดต่อค้าขายกับนานาประเทศ อย่างกว้างขวาง รายได้หลั่งไหลเข้ามา เป็นงบประมาณของแผ่นดินเต็มที่ ข้าราชการได้รับพระราชทานเบี้ยหวัด เงินเดือนเป็นครั้งแรก ทรงเพิ่มพูน
รายได้ของประเทศ ด้วยการปรับปรุงระบบการเก็บภาษีอากรและทรงเล็งเห็นว่า การศึกษาเป็นความเจริญของบ้านเมืองและประชาชน ทรงโปรดให้จารึกความรู้นานาชนิดไว้ ภายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทั้งวิชาทั้งวิชาวรรณคดี ตำรายา โหราศาสตร์ การช่าง เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสศึกษาอย่างกว้างขวางสำหรับการธำรงรักษาความมั่นคงของประเทศนั้น ทรงยึดหลักการ รักษาศักดิ์ศรีของประเทศเป็นสำคัญไม่ยอมให้ชาติใดดูหมิ่นหยามเหยียดอันเป็นการเริ่มรุกรานอธิปไตยของไทย
ดังนั้น พระองค์จึงทรงทุ่มเทป้องกันข้าศึก ที่แผ่อิทธิพลเข้ามาทำลายความสงบสุข ภายในหัวเมืองในพระราชอาณาเขต ด้วยการส่งกองทัพไปปราบปราม ทำลายฝิ่น ซึ่งเป็นยาเสพติดร้ายแรงในสมัยนั้น ให้หมดไปจากประเทศ เพื่อป้องกันพสกนิกรให้รอดพ้นจากความหายนะ อันเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ของชาติ ทรงจัดสรรพระราชทรัพย์พระราชทาน เพื่อทำนุบำรุงพระศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง และพระราชทานทรัพย์ส่วนที่สำคัญที่สุดแก่แผ่นดิน ซึ่งเก็บรักษาไว้ ในถุงแดงเป็นจำนวนหลายหมื่นชั่ง โดยรัชกาลต่อมาทรงนำมาเป็นค่าชดใช้ แลกเปลี่ยนอธิปไตยของชาติ/ในกรณีพิพาทดินแดนระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ร.ศ.112 อันเป็นวิกฤติการณ์ที่คับขัน ล่อแหลมในสมัยนั้นอย่างยิ่งยวด
จึงอาจกล่าวได้ว่า ถ้ามิใช่พระมหากรุณาธิคุณ ที่พระราชทานพระราชทรัพย์ไว้แล้ว ชาวไทยทั้งมวลจะภาคภูมิใจ ในความเป็นชาติเอกราชอย่างสง่าผ่าเผย เช่นปัจจุบันนี้มิได้ พระราชกรณียกิจตลอดเวลา 27 ปี แห่งการครองราชย์ ได้สร้างสรรค์คุณประโยชน์อเนกอนันต์ อันเป็นรากฐานแห่งความเจริญวัฒนาทั้งสิ้น
แหล่งที่มา: สทท.ยะลา