ส่วนราชการ จ.ยะลา ร่วม บวงสรวงฉลองศาลหลักเมือง ครบรอบ 60 ปี หลังบูรณะและปรับปรุงศาลหลักเมืองยะลา แล้วเสร็จ

10 ม.ค. 2565 | 532 ครั้ง

ภาพปกข่าว
สืบเนื่องจาก วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564 ศาลหลักเมืองยะลาบางส่วน ได้มีสภาพชำรุดตามกาลเวลา ประกอบกับพื้นที่บริเวณโดยรอบขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงพอต่อการนันทนาการ ต่อมาทางจังหวัดยะลาได้ประกอบพิธีบวงสรวง เพื่อขอฉันทานุญาตในการบูรณะและพัฒนาหลักเมืองยะลา ตามแผนพัฒนาจังหวัดยะลา ประจำปี 2564 ยุทธศาสตร์การระดมภาคีทุกภาคส่วนร่วม เสริมสร้างยะลา สันติสุข ยั่งยืน โดยมอบหมายให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดยะลาเป็นหน่วยดำเนินการ นั้น วันนี้ (10 ม.ค. 65) ที่ศาลหลักเมือง จ.ยะลา นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ประธานในพิธีบวงสรวงฉลองศาลหลักเมืองยะลา พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดยะลา เข้าร่วมในพิธี หลังบูรณะและปรับปรุงศาลหลักเมืองยะลาแล้วเสร็จ ถือได้ว่าเป็นเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี การก่อตั้งศาลหลักเมือง ภายในพิธีผู้ว่าราชการจังหวัดได้จุดเทียน จุดธูปบูชา ณ โต๊ะบวงสรวง จากนั้นคณะพราหมณ์ทำพิธีร่ายโองการอัญเชิญเทพยดาเพื่อบวงสรวงพระหลักเมืองพิธีสรงน้ำพระเทวรูป พิธีเจิมมงคลเครื่องมือช่าง และพิธีจุดธูปสักการะเครื่องบวงสรง ณ โต๊ะบวงสรวงและเชิญขึ้นไปบนศาลหลักเมือง เป็นการบวงสรวงฉลองศาลหลักเมืองยะลา จากนั้นส่วนราชการได้จุดธูปสักการะเครื่องบวงสรวง ณ โต๊ะบางสรวงตามลำดับ โดยกิจกรรมการบูรณะและพัฒนาศาลหลักเมืองยะลาในครั้งนี้ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ (1) บูรณะอาคารศาลหลักเมือง และ (2) ปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่บริเวณโดยรอบ ให้มีความพร้อมรองรับการนันทนาการ เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวจังหวัดยะลา และนักท่องเที่ยวทั่วไป อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมเอกลักษณ์ด้านการผังเมืองยะลาที่มีความสวยงามเป็นอันดับที่ 23 ของโลกโครงการบูรณะและพัฒนาศาลหลักเมืองยะลาดังกล่าว ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นสิริมงคลแก่เมืองยะลา และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเป็นการต้อนรับปีพุทธศักราชใหม่ พ.ศ. 2565 ทางด้านนายสาคร นิรัตน์ รักษาราชการแทน โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดยะลา ได้รายงานความเป็นมาของศาลหลักเมืองยะลา และพิธีบวงสรวงฉลองศาลหลักเมืองยะลา ว่า เดิมเมืองยะลามิได้ตั้งอยู่ในที่ปัจจุบัน ได้โยกย้ายสถานที่ตั้งถึง 4 ครั้ง ครั้งแรกตั้งที่ตำบลยะลอกูเบ ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็นเป็นตำบลยะลา ครั้งที่ 2 ย้ายมาตั้งที่ตำบลท่าสาป บริเวณริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำปัตตานี ครั้งที่ 3 ย้ายมาตั้งที่ตำบลสะเตง บริเวณริมฝั่งขวาของแม่น้ำปัตตานี และสุดท้ายครั้งที่ 4 ย้ายมาตั้งที่ตำบลบ้านนิบง และได้วางผังเมืองด้วยการหาจุดศูนย์กลางใจเมืองยะลา ต่อมาพี่น้องประชาชนชาวยะลาได้พร้อมใจกันก่อสร้างศาลหลักเมืองยะลาขึ้น บริเวณศูนย์กลางวงเวียนด้านหน้าศาลากลางจังหวัดยะลา เพื่อให้เป็นมิ่งขวัญ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวผูกจิตใจ บ่อเกิดแห่งความศักดิ์สิทธิ์อันควรแก่ การสักการะบูชา ของประชาชนชาวยะลา รวมถึงเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองยะลา เสาหลักเมืองยะลา ทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ โดยกรมป่าไม้เป็นผู้จัดหามาให้จากป่าเมืองกาญจนบุรี ในส่วนของกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบอาคารศาลหลักเมือง และแกะสลักเสาหลักเมืองยอดเสาหลักเมืองแกะเป็นรูปพรหมพักตร์และเปลวไฟ มี 4 หน้า อันเป็นหลักแห่งความ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ซึ่งเป็นหลักการปกครองของผู้ครองบ้าน ครองเมืองพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระสุหร่ายประพรม ทรงเจิม และพระราชทาน เพื่อประกอบพิธีฝังเสาและสวมยอดหลักเมือง เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 และก่อสร้างอาคารศาลหลักเมืองพร้อมภูมิทัศน์แล้วเสร็จในปีถัดมา จากนั้นจังหวัดยะลาได้จัดให้มีงานเฉลิมฉลองสมโภชหลักเมืองโดยยึดถือให้เป็นงานประจำปีตลอดมาจนถึงปัจจุบัน
แหล่งที่มา: สทท.ยะลา